วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

เห็ดหลินจือตัวช่วยเรื่องโรคหัวใจช่วยท่านได้อย่างไร

จากสถิติข้อมูลการเสียชีวิตของคนไทย  ปรากฏว่าโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 คือ โรคหัวใจ จากการเก็บข้อมูลทำให้พบว่ากว่า 80% เสียชีวิตด้วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ทั่วโลกมีผู้ที่ต้องตายด้วยสาเหตุนี้ถึง 17,300,000 คนต่อปี หรือ เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อรู้ข้อมูลแล้วก็อย่าเพิ่งตกใจกันนะครับ เพราะวันนี้เรามีสาระดีๆมาฝากกัน ที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ รวมถึงการป้องกันและบำรุงรักษาด้วยครับ

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
ปัยจัยเสี่ยงสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดโรคนี้ได้แก่ อายุ พันธุกรรม การสูบบุหรี่ ไขมันโคเลสเตอรอล เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง และความเครียด

แนวทางการป้องกันโรคหัวใจ
คือ รับประทานอาหารให้ครบ5 หมู่ ,หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง,ควบคุมระดับไขมันในเลือด,เลิกสูบบุหรี่,งดดื่มสุรา,ออกกำลังการสม่ำเสมอ,ทำจิตใจให้แจ่มใส,ห้ามเครียด,ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง

การควบคุมไขมันในเลือดนั้น เนื่องจากไขมันเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ สมอง แต่หากมีไขมันนี้ มากเกินไปจะเกิดการสะสมของไขมันในผนังของหลอดเลือดได้ ไขมันที่ร้ายที่สุดคือโคเลสเตอรอลชนิด แอล-ดี-แอล ในทางกลับกันไขมันโคเลสเตอรอล ชนิด เอช-ดี-แอล เป็นไขมันชนิดดีที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
ควบคุมระดับไขมันโคเลสเตอรอล ในเลือดไม่ให้เกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
แอล-ดี-แอล ไม่เกิน 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
เอช-ดี-แอล ควรมากกว่า 35 (ยิ่งมากยิ่งดี) มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ไขมันโคเลสเตอรอลส่วนใหญ่มาจาก ไขมันจากสัตว์และพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว (น้ำมันพืชชนิดอื่น เช่น รำ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ไม่มีโคเลสเตอรอล) ดังนั้นหลักสำคัญ ของการลดระดับไขมันในเลือดคือการ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่เราเห็นๆว่ามีไขมันสูง เช่น หมูสามชั้น เนื้อติดมัน หนังเป็ด หนังไก่ ข้างขาหมู ข้าวมันไก่ กะทิ เนย พิซซา เบอร์เกอร์ เป็นต้น โคเลสเตอรอลยังมีมากในเครื่องในสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดงจากไข่ทุกประเภท (แต่ไม่พบในไข่ขาว) อาหาร ทะเลบางชนิด เช่น กุ้ง ปลาหมึก หอยนางรม มันปู
การรับประทานมังสะวิรัติ หรือแม้กระทั่ง “เจเขี่ย” ก็ช่วยลดไขมันโคเลสเตอรอล ได้ดี แต่ไม่ควร รับประทานไข่แดงเกิน 2 ฟองต่อสัปดาห์
นอกจากนั้นอาหารประเภทที่มีกากมาก เช่น ข้าวกล้อง ข้าว ซ้อมมือ ซีเรียล ผลไม้ ก็มีส่วนช่วยลดการดูดซึมของไขมันเช่นกัน

สมุนไพรรักษาโรคหัวใจ
นพ. บรรเจิด ตันติวิท ได้กล่าวถึงเห็ดลินจือสามารถรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้ จากหนังสือ "หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า"  ซึ่งได้พูดถึงเหตุผลว่าทำไมเห็ดหลินจือถึงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้

ทำไมเห็ดหลินจือถึงสามารถรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายได้
ก่อนอื่นต้องรู้สาเหตุของโรคเหล่านี้ก่อน โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่

สาเหตุที่หนึ่ง การเกาะตัวของลิ่มเลือดทำให้เส้นเลือดอุดตัน
โดยปกติแล้วการก่อตัวของเกร็ดเลือดให้เป็นลิ่มเลือดนั้นมีความจำเป็นต่อการห้ามเลือดและการสมานแผล แต่หากลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายจนเกินไปทำให้เกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรค
เส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย กล่าวคือ ถ้าเส้นเลือดที่อุดตันเป็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจก็เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ  ถ้าอุดตันมากจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอก็จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย

เห็ดหลินจือช่วยได้ : เห็ดหลินจือสามารถละลายลิ่มเลือดไม่ให้อุดตันได้
เห็ดหลินจือมีสารสำคัญที่เรียกว่า นิวคลีโอไชด์ ซึ่งมีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือดที่อุดตัน ไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายเกินไป จนเกิดการอุดตันของเส้นเลือด

เห็ดหลินจือไม่ได้ช่วยแค่เส้นเลือดที่หัวใจเท่านั้น ยังรวมถึงเส้นเลือดทุกแห่ง รวมทั้งเส้นเลือดในสมองด้วย
นอกจากนั้น เห็ดหลินจือยังช่วยในการเพิ่มออกซิเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ
เห็ดหลินจือมีสารเยอมาเนียมที่ช่วยในการเพิ่มออกซิเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนก็สามารถดึงออกซิเจนจากเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้ ทำให้รอดพ้นจากสภาวะวิกฤต

สาเหตุที่สองคือ มีไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดมากเกินไปจนเกาะเส้นเลือดทำให้เกิดการอุดตัน
เมื่อเส้นเลือดหัวใจตีบมากจนอุดตัน เลือดก็ส่งไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน เกิดภาวะการขาดออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจ

เห็ดหลินจือช่วยได้ : เห็ดหลินจือช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด  เห็ดหลินจือมีสารไตรเทอพิน ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดไม่ให้มีมากเกินไป ซึ่งเห็ดหลินจือก็ช่วยขจัดอีกสาเหตุหนึ่งของโรคไปได้


สรุปเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายได้  นั่นเป็นเพราะว่า
- เห็ดหลินจือสามารถละลายลิ่มเลือดไม่ให้อุดตันได้
- เห็ดหลินจือช่วยในการเพิ่มออกซิเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ ทำให้รอดพ้นหากเกิดสภาวะวิกฤตเมื่อหัวใจขาดออกซิเจน
- ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดไม่ให้มีมากเกินไป
- คนที่เป็นโรคหัวใจรักษาด้วยแผนปัจจุบันต้องรับประทานยาไปตลอด
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าการรับประทานยาแผนปัจจุบันไปนานๆ ตับจะเสือม เห็ดหลินจือยังช่วยบำรุงตับให้ดีขึ้นอีกด้วย

ทำไมเห็ดหลินจือถึงช่วยที่เป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการขาดออกซิเจนฉับพลันให้รอดพ้นจากสภาวะวิกฤตได้
อาหารที่เรากินเข้าไปโดยเฉพาะ แป้ง โปรตีน ไขมัน โดยโครงสร้างของมันจะประกอบด้วย คาร์บอน กับ ไฮโดรเจน เมื่อร่างกายเผาผลาญอาหารโดยใช้ออกซิเจนแล้ว จะเกิดของเสีย 2 ตัวคือ คาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจน ซึ่งของเสียทั้ง 2 ตัวนี้จะต้องถูกกำจัดออกไปจากร่างกาย
คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกกำจัดออกโดยการหายใจโดยจะระบายออกทางปอด ส่วนไฮโดรเจนจะถูกกำจัดโดยใช้ออกซิเจนในร่างกายมาจับกันกลายเป็นน้ำแล้วระบายออก
ดังนั้นออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปจึงถึงแบ่งเอาไปใช้ 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลาญอาหาร อีกส่วนหนึ่งใช้ในการกำจัดของเสีย  หากมีออกซิเจนหลือก็จะถูกเก็บสำรองไว้ในเนื้อเยื่อ
เหตุผลที่เห็ดหลินจือสามารถช่วยที่เป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการขาดออกซิเจนฉับพลันให้รอดพ้นจากสภาวะวิกฤตได้  ก็เพราะ  ในเห็ดหลินจือมีสารเยอมาเนี่ยม สารนี้มีโครงสร้างที่สามารถจับตัวกับไฮโดรเจนแล้วขับออกจากร่างกายได้ ทำให้เห็ดหลินจือ ช่วยขจัดของเสียอย่างไฮโดรเจนไป ทำให้ร่างกายมีออกซิเจนเหลือจึงเก็บสำรองไว้ในเนื้อเยื่อต่างๆได้ นั่นคือ เห็ดหลินจือ
ช่วยในการขจัดของเสียแทนออกซิเจน ร่างกายจึงมีออกซิเจนเหลือเก็บไว้ในเนื้อเยื่อ หากเกิดเหตุการณ์ขาดออกซิเจนฉับพลัน ร่างกายก็จะดึงเอาออกซิเจนจากเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมาใช้ได้

ผู้ป่วยโรคใดบ้างที่มีความเสียงเกิดภาวะการขาดออกซิเจนฉับพลัน
โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลันหรือ Heart Attack โรค Stroke โรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น

เนื่องจากคนที่เป็นโรคหัวใจ จะต้องควบคุมเรื่องใขมันในเลือดและความดันโลหิต
จึงแบ่งสมุนไพรที่เหมาะกับโรคหัวใจนี้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบำรุงหัวใจ กลุ่มลดไขมันในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือด
หัวใจตีบ และกลุ่มลดความดันโลหิต

กลุ่มสมุนไพรบำรุงหัวใจ
- เกสรทั้ง5 คือ ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง
- แก่นกฤษณา
- ใบบัวบก
- เตยหอม
สรรพคุณ บำรุงหัวใจ เอามาตากแห้งทำเป็นชา สำหรับชงดื่ม

กลุ่มสมุนไพรลดความดันโลหิต
- เห็ดหลินจือ
- กระเทียม
- ใบบัวบก
- กระเจี๊ยบแดง
- คื่นฉ่าย
Book Reference :
หนังสือ "หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า" โดย นพ.บรรเจิด ตันติเวท
หนังสือ เห็ดหลินจือกับการรักษาโรค โดย สมศักดิ์ ชินกร
-----------------------------------
เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรดีเอสเฮิร์บ(DS Herbal Drink Herb)มีส่วนผสมของเห็ดหลินจือ และสมุนไพรหลายชนิดที่บำรุงร่างกาย ทานแล้วดีมีประโยชน์ ผ่าน อย.แล้ว คลิกดูรายละเอียดที่นี่ คลิก

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

มะเร็ง เต้า นม รู้เร็ว รักษาได้

มะเร็ง เต้า นม (อังกฤษ: Breast cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พัฒนาจากการขยายตัวของเซลล์เนื้อเยื่อที่ผิดปกติบริเวณเต้านม อาจมีอาการแสดง ได้แก่ มีก้อนในเต้านม มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของเต้านม ผิวหนังมีรอยบุ๋ม มีสารน้ำไหลจากหัวนม หรือมีปื้นผิวหนังมีเกล็ดแดง ในผู้ที่มีการแพร่ของโรคไปไกล อาจมีปวดกระดูก ปุ่มน้ำเหลืองโต หายใจลำบาก

มะเร็ง เต้า นม ทั่วโลกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิง โดยคิดเป็น 25% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด ในปี 2555 โรคนี้มีผู้ป่วย 1.68 ล้านคน และผู้เสียชีวิต 522,000 คน พบมากกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว และพบในหญิงมากกว่าชาย 100 เท่า

ปัจจัยเสี่ยง
- ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เต้า นม โดยพบบ่อยในหญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป[1]
- หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง เต้า นม จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ รวมทั้ง ผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีอัตราเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นใหม่สูงกว่าคนปกติด้วย
- ผู้ที่มีบุตรหลังอายุ 30 ปี รวมทั้ง หญิงที่ไม่เคยมีบุตร จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น
- การกลายพันธุ์ของยีน เช่น การเกิดการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 สามารถทำให้เกิดมะเร็งเต้านม และสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- ผู้หญิงที่มีเต้านมเต่งตึงกว่าอายุ เช่น หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และมีความหนาแน่นของเต้านมมากกว่าร้อยละ 75 จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ
- ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาตั้งแต่อายุก่อน 12 ปี หรือ ประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 55 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ง่ายกว่าคนปกติ
- ผู้ที่รับประทานฮอร์โมนเพศหญิง รวมทั้ง ผู้ที่ได้รับยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน อาจเกิดมะเร็งเต้านมมากยิ่งขึ้น
- การสูบบุหรี่ทำให้เพิ่มโอกาสในการเกิดเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น

อาการเริ่มต้นที่อาจจะเป็นมะเร็ง
มะเร็งระยะเริ่มต้นนั้นมักจะไม่มีอาการเจ็บ แต่อาจจะตรวจพบความผิดปกติเกิดขึ้นที่เต้านม ซึ่งอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งเต้านม ดังนี้

- มีก้อนที่เต้านม (ร้อยละ 15-20 ของก้อนที่คลำได้ บริเวณเต้านมเป็นมะเร็งเต้านม
- มีการเปลี่ยนแปลงขนาด และรูปร่างของเต้านม
- ผิวหนังเปลี่ยนแปลง เช่น รอยบุ๋ม ย่น หดตัว หนาผิดปกติ บางส่วนมีสะเก็ด
- หัวนมมีการหดตัว คัน หรือแดงผิดปกติ
- มีเลือดหรือน้ำออกจากหัวนม ( ร้อยละ 20 ของการมีเลือดออกจะเป็นมะเร็ง)
- เจ็บเต้านม ( มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ไม่เจ็บ นอกจากก้อนโตมากแล้ว )
- การบวมของรักแร้ เพราะต่อมน้ำเหลืองโต

การตรวจเต้านมตนเอง
การตรวจมะเร็งเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น พบว่าร้อยละ 80 ของเนื้องอกที่เต้านมผู้หญิงนั้นถูกตรวจพบครั้งแรกด้วยตนเอง การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรทำทุกเดือนตั้งแต่วัยสาวถึงวัยสูงอายุ เวลาที่ดีที่สุดที่จะทำการตรวจ คือ หลังหมดระดูแล้ว 3-10 วัน เพราะเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึงทำให้ตรวจได้ง่ายสำหรับผู้หญิงที่หมดระดูหรือได้รับการตัดมดลูก จะเป็นการดีถ้าได้ทำการตรวจเต้านมตนเองทุกวันที่หนึ่งของทุกเดือน

วิธีการตรวจ 3 ท่า
ทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวาสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ความผิดปกติของผิวหนังรอยบุ๋ม รอยนูนของเต้านมหรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ของเต้านมทั้ง 2 ข้าง โดยมีท่า ดังนี้

1.ยืนหน้ากระจก
- ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย
- ยกแขนทั้ง 2 ข้างเหนือศีรษะ
- ท้าวเอว เกร็งอกเพื่อให้ผนังทรวงอกกระชับขึ้น
- โค้งตัวมาข้างหน้าใช้มือทั้ง 2 ข้างท้าวเอว
2.นอนราบ
- นอนให้สบาย ตรวจเต้านมขวาให้สอดหมอนหรือม้วนผ้าใต้ไหล่ขวา
- ยกแขนขวาเหนือศีรษะเพื่อให้เต้านมด้านนั้นแผ่ราบซึ่งจะทำให้คลำง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนบนด้านนอกมีเนื้อหนามากที่สุด และมีการเกิดมะเร็งบ่อยที่สุด
- ใช้กึ่งกลางตอนบนของนิ้วมือซ้าย ( นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ) คลำทั่วเต้านมและรักแร้ ที่สำคัญคือห้ามบีบเนื้อเต้านม เพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนเจอก้อนเนื้อซึ่งความจริงไม่ใช่ และทำวิธีเดียวกันนี้กับเต้านมด้านซ้าย
3.ขณะอาบน้ำ
- สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดเล็กให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจบนศีรษะ แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างคลำไปทิศทางเดียวกับที่ใช้ในท่านอน
- สำหรับผู้ที่มีเต้านมขนาดใหญ่ ให้ใช้นิ้วมือข้างนั้นประคอง และตรวจคลำเต้านมจากด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างให้ตรวจคลำเต้านมด้านบน

ระยะของมะเร็งเต้านม
- ระยะ 0 เป็นระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ซึ่งยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม
- ระยะ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง
- ระยะ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือไม่ก็ได้ หรือมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น
- ระยะ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น
- ระยะ 4 มะเร็งแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ แล้ว
การดูแลเต้านม
อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการตรวจคือ 3 ถึง 10 วัน นับจากประจำเดือนหมด ส่วนสตรีที่หมดประจำเดือนให้กำหนดวันที่จดจำง่ายและตรวจในวันเดียวกันของทุกเดือน
สำหรับผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
หากพบสิ่งผิดปกติบริเวณเต้านม หรือรักแร้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบ

การดูแลเต้านมตนเองโดยทั่วไป
1. ควรตรวจเต้านนมตนเอง หากท่านตรวจแล้วไม่มั่นใจ ให้ขอรับคำปรึกษาที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน หรือศูนย์สุขภาพชุมชนใกล้บ้านท่าน

แหล่งอ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม แนวทางการรักษา,

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

Hyalo-Oligo ไฮยาโอลิโก หรือ Hyaluronic acid (HA)ร่างกายสามารถสร้างได้เองจริงหรือ

Hyalo-Oligo ไฮยาโอลิโก หรือ Hyaluronic acid (HA) คือกรดชนิดหนี่ง ที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาได้เอง มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะ บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น จุดเชื่อมต่อบริเวณหัวเข่า กระดูกอ่อน และ ผิวหนัง

ไฮยาลูรอนิคแอซิด ช่วยทำอะไรกับผิว เนื่องจากHyaluronic acid เป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ที่มีประสิทธิภาพดี และช่วยลดและรักษาอาการบาดเจ็บของผิวหนังได้เร็วกว่าปกติ 80% ทั้งยังช่วยนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพราะ ไฮยาลูรอนิค แอซิด มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระ กรองรังสี UV ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง ลดริ้วรอย จุดด่างดำ ทำให้ผิวดูเต่งตึง สามารถใช้ได้กับผิวทุกประเภท ทั้งผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวมัน

ไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยทำให้ผิวหน้าเราดูเต่งตึงได้อย่างไร ในผิวของเรา กรดไฮยาลูรอนิก ถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้น dermis (ผิวชั้นล่าง) และกระจายไปถึงผิวหนังชั้น epidermis (ผิวหนังชั้นบน) โดย กรดไฮยาลูรอนิก จะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติหลายเท่า (โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดีบนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจขึ้นมาบ้าง) เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนเยาว์ อ่อนวัย ดูเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect) และโดยปกติการไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสียออกจากเซลล์ตามธรรมชาติ แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง กรดไฮยาลูรอนิคนั้นขะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้น และยังช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้น แต่ เมื่ออายุมากขึ้น ตั้งแต่ 30-40 ขึ้นไป การผลิตกรดไฮยาลูรอนิค ตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงไปด้วย ผลก็คือผิวที่จะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น และ ขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาไม่ช้านั่นก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นนั่นเอง
สำหรับการใช้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือไปจากการบำรุงและเสริมสร้างแต่เพียง collagen - elastin และลดริ้วรอยได้ และโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ก็เกิดได้ยาก เพราะ Hyaluronic Acid นั้นเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะอยู่ในสิ่งมีชีวิตชนิดใดก็ตามเพียงจะต่างกันแค่คุณสมบัติเท่านั้น

สำหรับ ไฮยาลูรอนิค แอซิด หรือไฮยาโอลิโก ใน DS Plus Gold Premium Night Cream มีคุณสมบัติดีกว่าไฮยาปกติทั่วไปเนื่องจากสามารถซืมลงไปชั้นใต้ผิวหนังได้ ไม่เหมือนกับไฮยาทั่วไปที่กองอยู่บนผิวหนัง เมื่อไฮยาโอลิโกซืมลงสู่ใต้ผิวหนังและกระจายตัวขึ้นมาที่บนผิวหนังช่วยทำหน้าที่กักเก็บน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ กระชับรูขุมขน ทำให้แผลหายเร็ว และเป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ ที่มีประสิทธิภาพมาก กระจายตัวลงไปใต้ผิวเพื่อทำหน้าที่กับเก็บน้ำและความชุ่มชื่นของผิวทำให้ผิวดูสุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ กระชับรูขุมขน ทำให้แผลหายเร็ว และเป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ที่มีประสิทธิภาพมาก และไม่ทำให้ผิวหน้ามันและยังช่วยให้การแต่งหน้าติดทนดีขึ้นอีกด้วย จากการทดสอบความชุ่มชื่นผิวหลังจากใช้ Hyalo-Oligo (Hyaluronic Acid) ไฮยาลูรอนิค แอซิด ความชุ่มชื่นของผิวยังคงอยู่มากกว่าไฮยาลูรอนิคทั่วไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line id : autthadate
Fanpage Facebook : http://www.facebook.com/beautifull.healthy

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

โรค มะเร็ง ปาก มดลูก กับ สมุนไพรไทยพลูคาว

โรค มะเร็ง ปาก มดลูก (Cervical Cancer) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดบริเวณ ปากมดลูกของเพศหญิง จะมีอาการตกขาวมากผิดปกติ เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติที่ไม่ใช่ประจำเดือน หรือผู้ที่อยู่ในวัยทองมีเลือดออกหลังจากที่หมดประจำเดือนไปแล้ว แต่โดยทั่วไปมักไม่พบอาการในระยะแรกที่เริ่มป่วย แต่จะพบอาการเมื่อเซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปแล้ว

โรค มะเร็ง ปาก มดลูก คือ การที่ร่างกายเพิ่มจำนวนเซลล์ที่ผิดปกติบริเวณ ปากมดลูก ที่อยู่บริเวณภายในสุดของช่องคลอด เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างช่องคลอดกับมดลูก และเป็นทางผ่านของเลือดประจำเดือน

สมุนไพรไทย พลูคาว หรือ คาวตอง ช่วยได้อย่างไร
อ้างอิงจาก http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/Plant/Mpri2013/Q_Houttuynia.shtm
พลูคาว...ช่วยต้านมะเร็ง โรคเกี่ยวกับไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย การอักเสบและภูมิคุ้มกัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Houttuynia cordata Thunb.

ชื่ออื่นๆ คาวตอง(ลำปาง,อุดร)คาวทอง(มุกดาหาร,อุตรดิตถ์)ผักก้านตอง(แม่ฮ่องสอน)ผักเข้าตอง,ผักคาวตอง,ผักคาวปลา(ภาคเหนือ)พลูคาว(ภาคกลาง)
วงศ์ SAURURACEAE

พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรประจำถิ่นที่พบมากในแถบภาคเหนือของไทย ซึ่งถือเป็นพืชตระกูลเดียวกับพลู ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะ มีร่มเงาเล็กน้อยและสภาพอากาศเย็นชาวบ้านในเขตภาคเหนือจะเรียกว่า “ผักคาวตอง” เนื่องจากต้นและใบจะมีกลิ่นคาวรุนแรงคล้ายคาวปลา ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำใบมาเป็นเครื่องเคียงอาหารสดๆ เช่น ลาบ ซ่า ก้อย ซกเล็ก เป็นต้น ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าอาหารสดๆ เหล่านั้นจะเป็นปัจจัย ทำให้เกิดโรคมะเร็ง และตัวพลูคาวนี้จะเข้าไปช่วยสร้างความสมดุล และยับยั้งไม่ให้มะเร็งลุกลาม ถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีสารในการต้านมะเร็ง สังเกตได้ว่าประชากรในภาคเหนือเป็น “ โรคมะเร็ง” ค่อนข้างน้อยเนื่องจากบริโภคพลูคาวเป็นประจำ

ลักษณะแตกต่างจากพลูคาว คือ ที่ใต้ใบของพลูคาวจะ มีสีแดงอ่อนไปจนถึงสีแดงเข้ม
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาว
สมุนไพรพลูคาวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

โรค มะเร็ง เป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง เกิดจากเซลล์สูญเสียคุณสมบัติที่เรียกว่า Contact Inhibition ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ก้อนใหญ่ เรียกว่า “เนื้องอก” สามารถแพร่กระจาย (Metastasis) ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ ระยะแรกมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด เมื่อมะเร็งโตขึ้น ร่างกายจะทรุดโทรมจนถึงแก่ชีวิตได้
1. ฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด (HUMANLONG DADNOCARCINOMA) ,เซลล์มะเร็งรังไข่ (HUMAN OVARIAN ADENOCARCINOMA), เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายในสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA),เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HUMAN COLON ADENOCARCINOMA) และเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์
2. ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (LEUKEMIC CALL LINES)
3. ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งปากมดลูก


คณะแพทย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง2แห่งในประเทศไทย ได้วิจัยและทดลองพลูคาว ผลิตเป็นยาน้ำสมุนไพรบำรุงร่างกาย โดยผ่านกรรมวิธีการหมักและผสมผสานระหว่างศาสตร์ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม กับเทคโนโลยีชีวภาพ (NanoTechnology) ใช้สมุนไพรพลูคาวเป็นสารตั้งต้น
ขณะ เดียวกันคณะนักวิจัยยังได้ทราบข้อเท็จจริงว่า สีแดงที่อยู่ใต้ใบพลูคาวเป็นตัวชี้วัดว่ามีเภสัชสาร ซึ่งเป็นสารเฮลตีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์และแลคโตบาซิลลัสสายพันธุ์หนึ่ง ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถไปยับยั้งการเจริญเติบโตและต้านทานเนื้องอก (Anti-tumor) และช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ค่อนข้างดี

หลังจากที่สกัดเป็นยาน้ำ และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว ได้นำยามาทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง 5 ชนิด คือ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมไทรอยด์ โรค มะเร็ง ปากมดลูก เนื้องอกบริเวณสมอง และเนื้องอกของ Soft tissue sarcoma โดยให้ผู้ป่วยดื่มบำรุงร่างกาย และใช้ร่วมกับการรักษาของคณะแพทย์โดยการฉายรังสี ปรากฏว่า สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยมะเร็งได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้มากขึ้นทำให้อาการของผู้ป่วยดี ขึ้นและยืดอายุของผู้ป่วยได้นานขึ้นด้วย ซึ่งดีกว่าการรักษาด้วยการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว

ที่มา : http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/Plant/Mpri2013/Q_Houttuynia.shtm
 -------------------------------------------------------------------------------

เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร ดีเอสเฮิร์บ
พลูคาว90%  
อย.เลขที่ 13-2-00759-2-0006
Line: autthadate
094-6452463 , 083-8800726
สั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี่
http://raksa-healthy.lnwshop.com/product/3

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

น้ำสมุนไพรดีเอสเฮิร์บ(Deede DS Herbal Drink Herb)เสริมสุขภาพต้านความเสื่อมของร่างกาย

DS Herbal Drink Herb เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรดีเอสเฮิร์บ  เครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ทรงอานุภาพสูงสุด ต่อต้านอนุมูลอิสระได้สูงสุดเท่าที่เคยมีมา DS Herbal Drink Herb ส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดี จากธรรมชาติ และทรงพลังสูงสุดจากผลไม้ถึง 10 ชนิด ที่อุดมด้วยสารอาหารอันทรงคุณค่า เพื่อชีวิต สุขภาพ ความงาม เพราะสามารถส่งเสริมสุขภาพตับได้ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของสุขภาพองค์รวม มีรสอร่อย ดื่มง่าย ไม่ใส่น้ำตาล ไม่เติมสี กลิ่น หรือ รสสังเคราะห์ คุณจึงมั้่นใจได้ว่า เหมาะสำหรับคน ทุกเพศ ทุกวัย

น้ำสมุนไพรดีเอสเฮิร์บ(Deede DS Herbal Drink Herb) ประกอบไปด้วยตัวยาสมุนไพรสำคัญดังนี้

น้ำพลูคาวแท้ 90 %   เนื่องจากลักษณะของต้นที่มีกลิ่นคาวจึงเรียกกันในท้องถิ่นว่า ผักคาวตอง (ลำปาง, อุดรธานี) คาวทอง (อุตรดิตถ์, มุกดาหาร) ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน) ผักคาวปลา, ผักเข้าตอง, ผักคาวตอง (ภาคเหนือ) ส่วนภาคกลางมักจะนิยมเรียกว่า พลูคาว
สรรพคุณของพลูคาว
พลูคาวมีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
มีฤทธิ์ในการช่วยบำบัดฟื้นฟูโรคความดันโลหิตสูง
ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต้านทานโรค ช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้อยู่สู้โรคได้นานมากขึ้น
สรรพคุณของคาวตองมีส่วนช่วยยับยั้งเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย
ช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น (ต้นสด)
ช่วยรักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย
ช่วยรักษาอาการหูชั้นกลางอักเสบ (ทั้งต้น)
ใช้รักษาโรคติดเชื้อและทางเดินหายใจ (ต้น)
ประโยชน์ของผักคาวตองช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยรักษาโรคไข้มาลาเรีย (ต้น)
ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาและช่วยต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่
ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยา ช่วยรักษาอาการติดเชื้อเฉียบพลัน ติดเชื้อทางเดินหายใจ
ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก
คาวตองมีสรรพคุณช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ (ทั้งต้น)
มีส่วนช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวะภูมิแพ้ หอบหืด
ช่วยรักษาโรคไอกรน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยรักษาการอักเสบชนิดธรรมดาบริเวณแก้วตา (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ (ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคหลอดลมขยายตัวมากเกินไป (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยรักษาอาการปอดบวม ปอดอักเสบ (ทั้งต้น)
ช่วยรักษาฝีหนองในปอด (ต้น)
ช่วยรักษาอาการคั่งน้ำในอกจากโรคมะเร็ง (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)พลูคาว สรรพคุณ
ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ทั้งต้น)
สรรพคุณพลูคาวใช้เป็นยาระบาย อาหารไม่ย่อย (ใบ)
รักษาอาการท้องเสีย (ใบ)
ใช้แก้โรคบิด (ต้น, ใบ, ทั้งต้น)
ช่วยขับพยาธิ (ใบ)
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก, ทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (ทั้งต้น)
ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ต้นสด, ใบ, ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคหนองใน (ใบ)
ใช้ปรุงเป็นยาแก้กามโรค (ใบ)
ช่วยรักษานิ่ว (ต้น)
ช่วยแก้โรคไต (ใบ)
ช่วยรักษาอาการไตผิดปกติ (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยรักษาโรคตับอักเสบชนิดดีซ่าน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยขับระดูขาว (ต้น)
ช่วยรักษาแผลอักเสบคอมดลูก (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยรักษาการอักเสบบริเวณกระดูกเชิงกราน (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ช่วยแก้โรคข้อ (ใบ)
ช่วยรักษาโรคหัด (ใบ)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ (ต้นสด, ใบ)
ช่วยรักษาผื่นคัน ฝีฝักบัว (ต้นสด)
มีฤทธิ์ช่วยระงับอาการปวด
ช่วยห้ามเลือด
มีฤทธิ์ต้านการอักเสบต่าง ๆ
ใช้พอกฝี บวมอักเสบ (ต้นสด, ทั้งต้น)
ช่วยรักษาบาดแผล (ต้นสด)
ช่วยรักษาแผลเปื่อย (ต้นสด)
ผักคาวตองช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น (ใบ)
ใช้พอกแผลที่ถูกงูพิษกัด (ต้นสด)
ช่วยป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด (ประยุกต์ใช้ทางการแพทย์)
ใบสดผิงไฟพอนิ่มใช้พอกเนื้องอกต่าง ๆ (ใบ)
มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส
ประโยชน์ของพลูคาวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสชนิดต่าง ๆ เช่น ไข้ทรพิษ หัด งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)
แก้โรคน้ำกัดเท้า
ในประเทศจีนใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โดยใช้ผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่
ใบสดใช้ป้องกันปลาเน่าเสีย (ใบ)
ใบนำมารับประทานเป็นผักสด
ใบสดต้มน้ำนำมารดต้นข้าว ข้าวสาลี ต้นฝ้าย ป้องกันพืชเป็นโรคเหี่ยวเฉาตาย
ใช้ขับทากที่ตายในท้อง (ดอก)
เหมาะกับผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้น
เหมาะกับผู้ที่ต้องการ detox ล้างพิษออกจากร่างกาย ป้องกันโรคร้าย ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่าง ๆ มีอาการดีขึ้น และหายจากอาการของโรคต่าง ๆ ได้ในที่สุด
ใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้น้อยลง
ประโยชน์พลูคาวใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางประเภทครีมทาแก้ผิวหนังแห้ง หยาบกร้าน ป้องกันผิวหนังแตก

บลูเบอร์รี่   ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่รวมไปถึงบลูเบอร์รี่นั้นขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคหวัด
และยังมีข้อมูลจากส่วนอื่น ๆ ที่ระบุว่าบลูเบอร์รี่ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดการระคายเคืองในระบบทางเดินปัสสาวะ ป้องกันโรคเบาหวาน โรคไทฟอยด์ ระบบหายใจผิดปกติ ช่วยบรรเทาอาการผิดตอในลำไส้ใหญ่ ท้องผูก โรคกระเพาะอาหาร โรคเริม แผลในปาก นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ซึ่งอาจมีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย และยังช่วยป้องกันเส้นเลือดขอด ลดอาการบวม เสริมสร้างความแข็งให้ผนังหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อและเส้นเอ็น

โกจิเบอร์รี่(เก๋ากี้)  โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) มีพลังแอนตี้ออกซิแดนซ์ ต่อต้านอนุมูลอิสระจากการทำลายเซลล์และชะลอความชรามากที่สุดในโลก  จากการค้นคว้าและวิจัยของ Dr. Earl Mindell ได้ค้นพบว่าผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ให้คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังพบประโยชน์ในงานวิจัยดังนี้
 - ชะลอความชรา (Anti-aging)  
- ควบคุมน้ำตาลในเม็ดเลือดแดง (Blood Builder)
- เสริมสร้างการทำงานของหัวใจ (Cardiovascular Support)  
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immunity System)
      ประโยชน์มากมายจากอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ รู้จักกันในทางวิทยาศาสตร์ว่า เป็นพืชในตระกูล Lycium Barbarum มีแหล่งกำเนิดในประเทศจีน ทิเบต

สารสกัดเมล็ดองุ่น จัดเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะเปี่ยมด้วยสารฟลาโวนอยด์ซึ่งมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าวิตามินซีและวิตามินอี
เพราะอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง และช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
สารสกัดเมล็ดองุ่น ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยชะลอไม่ให้ผิวหนังแก่ก่อนวัยและแห้งกร้านของเซลล์ผิว ด้วยการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
ช่วยปกป้องดวงตาของคุณหรือโรคที่เกี่ยวกับการมองเห็นอื่น ๆ ด้วยการป้องกันและรักษาโรคต้อหิน ศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม
ช่วยในการรักษาโรคเบาหวานขึ้นตา
ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติอันเป็นสาเหตุของฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ
ช่วยลดปัญหาสำหรับผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอกัน
ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ
สารสกัดเมล็ดองุ่นช่วยป้องอันตรายจากรังสีและเคมีบำบัดบางชนิดได้ด้วย
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตด้วยการยับยั้งการถูกทำลายของคอลลาเจน
มีประโยชน์ต่อหัวใจ โดยการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
มีผลคล้ายกับยาแอสไพรินในการชะลอการเกิดลิ่มเลือดอีกด้วย
ช่วยรักษาความผิดปกติของหลอดเลือดและเส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยแตก หรือเส้นเลือดฝอยเปราะได้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ซึ่งสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองจากอนุมูลอิสระ
ช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ และหอบหืด
ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ
ช่วยลดอาการอักเสบต่าง ๆ
ช่วยลดอาการบวมหลังจากเข้ารับการผ่าตัด
ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ลดแผลในช่องปาก และโรคเริมในช่องปาก
ช่วยลดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย แต่ทั้งนี้ควรออกกำลังกายด้วยเป็นประจำ

มังคุด ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล ด้วยการหลั่งสาร Interleukin Iและ Tumor Necrosis Factor ช่วยยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน ลดอาการแพ้ภูมิตนเอง (ในโรค SLE) และลดการอักเสบ ในผู้ป่วยเบาหวาน ตับเสื่อม ไตวาย ข้อเข่าเสื่อม ความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ ความผิดปกติของสมองอันเนื่องจากการอักเสบ

เห็ดหลินจือ  [Ganoderma lucidum (Fr.) Karst.] หรือที่รู้จักกันดีในประเทศไทย “เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู” ชื่ออังกฤษ “Lacquered mushroom” ชื่อญี่ปุ่น “Mannantake” เห็ดหลินจือ จัดเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีน ที่มีการใช้มานานกว่า 4,000 ปี เป็นยาอายุวัฒนะและรักษาโรคต่าง ๆ ในเภสัชตำรับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง รักษาโรคหัวใจ และช่วยให้นอนหลับ
มีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด  ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม  มีฤทธิ์ต้านปวดและมีความปลอดภัยในการใช้ในผู้ป่วยโรค rheumatoid arthritis  รักษาโรค neurasthenia โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง อาการปวดหลังจากการติดเชื้องูสวัด  นอกจากนี้ยังพบว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยามากมาย เช่น ฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน  ฤทธิ์ต้านเนื้องอกและมะเร็ง  ฤทธิ์ป้องกันเส้นประสาทเสื่อม  ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็นต้น ซึ่งสารสำคัญคือ สารกลุ่ม polysaccharides สารกลุ่ม triterpenoids สารกลุ่ม sterols สารกลุ่ม fatty acids สารกลุ่มโปรตีน เป็นต้น ซึ่งสารสำคัญดังกล่าวจะพบได้ในส่วนสปอร์มากกว่าส่วนดอก และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและต้านมะเร็งได้ดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้ม และส่วนดอก  มีการศึกษาเกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรังพบว่ามีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

แอปเปิ้ล ไซเดอร์ มีประโยชน์มากมายดังนี้
1. ช่วยในเรื่องอาการจุกเสียดท้อง และ กรดไหลย้อน
กรดไหลย้อนมักจะมีผลมาจากการมีกรดน้อยเกินไปในกระเพาะอาหาร น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์เต็มไปด้วยคุณสมบัติของยาปฏิชีวนะ และเพื่อรักษากรดในกระเพาะอาหาร ให้คุณดื่มน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ 1 ช้อนโต๊ะที่ไม่มีการปนส่วนผสมใดๆ ทั้งสิ้น

2. ส่งเสริมสุขภาพของคอเลสเตอรอล
ไม่เพียงแต่น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์จะช่วยให้คุณมีระดับคอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพ แต่ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ของน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์สามารถช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหรือการเกิดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของการเกิดคอเลสเตอรอลสูง

3. ช่วยลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูจะช่วยระงับความอยากอาหาร เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และลดการกักเก็บน้ำ – ลองสักหน่อยมั้ยล่ะ สำหรับน้ำหนักที่ลดลงเพียงไม่กี่กิโลกรัม!

4. ส่งเสริมสุขภาพน้ำตาลในเลือด
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์มีคุณสมบัติป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่ดี น้ำส้มสายชูจะช่วยป้องกันการย่อยแป้งไม่ให้เกิดการเพิ่มน้ำตาลในเลือดของคุณ

5. สารต้านอนุมูลอิสระ
ในน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมายช่วยให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่ดี และทำงานได้อย่างราบรื่นรวมทั้งยังมีสารคาเทชิน กรดแกลลิก กรดคาเฟอิค และกรดคลอโรเจนิคอีกด้วย

6. ช่วยในเรื่องการดูดซึมอาหาร
กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ช่วยเพิ่มการดูดซึมของร่างกายของแร่ธาตุที่สำคัญจากอาหารที่คุณรับประทาน การเพิ่มน้ำส้มสายชูให้เป็นน้ำสลัดจะช่วยดูดซึมสารอาหารต่างๆ จากผักใบเขียวของคุณ

เจียวกู้หลาน   หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต้านทานการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีอาการปวดบิดทางหัวใจ

เถาวัลย์เปรียง แก้อาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว บำรุงกำลัง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการวิจัยสมุนไพรตัวนี้จนสำเร็จผล และพบว่า สรรพคุณตามที่วิจัยพบนั้นสอดรับกับภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่ใช้ ประโยชน์ในการแก้ปวดเมื่อย แก้การอักเสบของกล้ามเนื้อ ผลการทดลองระบุว่า สารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันได้ ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันที่มีสารสเตียรอยด์ ถือเป็นยาสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง

โสม  สาร Adaptogens ในโสม มีคุณสมบัติลดความเครียด ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ทนต่อภาวะต่าง ๆ ได้มากขึ้น และยังช่วยลดความเมื่อยล้า โดยกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น นอกเหนือจากสรรพคุณที่ได้กล่าวมาแล้วยังมีรายงานผลการวิจัยของโสมเพิ่มเติมอีกดังต่อไปนี้

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง โดยการสร้างสาร Interferon ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อไวรัส และกระตุ้นการสร้างโปรตีน Interleukin- 1
โสมมีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างพลังงาน ทำให้นักกีฬามีความทนทานต่อการออกกำลังหนักได้ดีขึ้น และทำให้สามารถนำพาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือนหรืออาการวัยทอง
ลดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียดจากต่อมหมวกไต
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ อาจถือได้ว่าเป็นไวอะกร้าธรรมชาติ
ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
ลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
ลดอาการข้างเคียงจากการฉายรังสี

อย.เลขที่ 13-2-00759-2-0006

ปริมาตร สุทธิ 750 มล.

วิธีรับประทาน น้ำสมุนไพรดีเอสเฮิร์บ(Deede DS Herbal Drink Herb): ดื่มครั้งละ 30 ซีซี
ข้อแนะนำ : ควรกินอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

ราคาสมาชิก.......บาท /  ราคาพิเศษ 1500 บาท ขายปลีก 2500 บาท
สนใจสั่งซื้อในราคาพิเศษ โทร 094-6452463 , 083-8800726

สนใจสั่งซื้อราคาสมาชิก ติดต่อ Line id= autthadate
สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ : http://raksa-healthy.lnwshop.com/product/3
Fanpage Facebook : https://www.facebook.com/beautifull.healthy/

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Deede Soap Herbs สบู่สมุนไพรดี๊ดีแก้ปัญหาสิวอักเสบ ลดริ้วรอยก่อนวัยแก้คันศีรษะ รังแค แก้ปัญหาผมร่วง

Deede Soap Herb สบู่ดีท๊อกซ์บำรุงผิว รือ สบู่สมุนไพรดี๊ดีแก้ปัญหาสิวอักเสบ ลดริ้วรอยก่อนวัยแก้คันศีรษะ คันในร่มผ้า รังแค แก้ปัญหาผมร่วง ใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย
ส่วนประกอบ Deede Soap Herb สบู่ดีท๊อกซ์บำรุงผิว รือ สบู่สมุนไพรดี๊ดี

  • ตำลึง  ลดการอักเสบจากพิษแมลง สัตว์ กัดต่อย ผิวหนังที่อักเสบด้วยสาเหตุอื่น ๆ เช่น การไปสัมผัสกับพืชที่เป็นพิษ เมื่อใช้ สบู่สมุนไพรดี๊ดี จะทำให้อาการอักเสบทั้งหลายนี้ลดลงและหายได้ นอกจากนี้ ตำลึง ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมความเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายได้อีกด้วย
  • ว่านหางจระเข้  ลดริ้วรอย ด่างดำ หลุมสิว แผลเป็น ลดการอักเสบ บรรเทาอาการรอยไหม้จากแสงแดด บรรเทาอาการรอยไหม้จากการฉายรังสี ลดอาการปวดแสบปวดร้อน แก้คัน ฮ่องกงฟุต ผิวยกกระชับ ว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการติดเชื้อ และมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
  • ทานาคา มีกลิ่นหอมและเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ คือ ส่วนที่เป็นเปลือก สาวพม่ารู้จักใช้ทานาคามานานกว่า 200 ปี แทบทุกบ้านมักมีท่อนไม้ทานาคา วางไว้คู่กับกระจกเสมอ เวลาใช้ก็นำเอาท่อนไม้ทานาคามาฝนกับแผ่นหิน เจือด้วยน้ำเล็กน้อย แล้วใช้ทาเรือนร่างโดยเฉพาะใบหน้าจะเน้นมาก  ไม้ทานาคา มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมาก ที่ เปลือกของไม้ทานาคา มีสาร OPC เช่นเดียวกับที่พบในเปลือกสนฝรั่งเศส และที่เนื้อในของไม้ทานาคามีสารCurcuminoid ที่มักพบในขมิ้นชันที่ประเทศไทย  ทำให้ทานาคามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะต่อต้านความเสื่อมของเซลล์และยังช่วยป้องกันการเกิดสิว ด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า  มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวี 

                 สรรพคุณของทานาคา
1. ปรับผิวขาวขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ปลอดภัย เพราะเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ
2. ลด ฝ้า กระ จุดด่างดำ รักษารอยแผลเป็นต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. รักษาผดผื่น คัน ผิวอักเสบ แดงอาการแพ้ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ผสมน้ำทาให้เด็ก ๆ ที่เป็นผื่นได้
4. ควบคุมความมัน ทำให้สิวอักเสบ แห้งเร็ว และยุบตัว และไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้นอีก
5. ต่อต้านริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดริ้วรอยที่มีอยู่ให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง
6. ป้องกันแสงแดดให้กับผิวได้อย่างดี โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี
7. ระงับกลิ่นตามร่างกาย
  • รังไหม เป็นวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ ที่สามารถสร้างสุขภาพดีให้กับผิวพรรณ และเป็นวัตถุดิบคุณภาพชั้นดี ที่วงการความสวยความงามของประเทศญี่ปุ่นขาดไม่ได้ จนเกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย  ส่งผลทำให้นักวิชาการของไทย ต้องพากันวิจัยและค้นคว้า และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพ จนได้ Deede Soap Herbs สบู่สมุนไพรดี๊ดี ซึ่งรังไหม มีสรรพคุณดังนี้1.มีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดอาการอักเสบ และลดปัญหาทางด้านผิวหนัง ส่งผลทำให้รักษาอาการเกิดสิวชนิดต่าง ๆ และทำให้แผลเป็นต่าง ๆ หายเร็วยิ่งขึ้น 2.ผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถลดรอยหมองคล้ำ และจุดด่างดำได้อย่างง่ายดาย 3.ช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณ ส่งผลทำให้ผิวพรรณของคุณแลดูสดใส ไม่แห้งกร้าน และมีสุขภาพดีได้ดั่งใจ
  • ชะเอมเทศ ช่วยให้ผิวขาวใสเนียนขึ้น ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำที่เกิดจากแผลเป็นต่างๆบนใบหน้า สารสกัดจากรากชะเอมเทศหรือ Licorice มีสาร เกลบาร์ดีน ช่วยลดการสร้างเซลล์เม็ดสีผิวที่เกิดจากสารหรือมลภาวะการเปลี่ยงแปลงของเซล์ลบ้างส่วนที่มีปัญหา ให้กระจ่างใสโดยสามารถยังยั้งเอนไซม์ ที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และ รอยดำที่เกิดจากแผลเป็นต่างๆบนใบหน้า ช่วยให้จางหายหรือลดลง กรณีนี้อยูที่คุณเป็น ฝ้าแดด หรือ ฝ้าลม กระหนา หรือ กระบางลง ช่วยรักษาและบรรเทาอาการอักเสบของผิวหน้า ในทางการเวชสำอางค์นิยมหั้นมาใช้ รากชะเอมเทศเพื่อเป็นส่วนผสมของครีม
  • น้ำมันมะพร้าว เป็นคลีนซิ่งชั้นดีที่จะทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายได้อย่างหมดจด เพราะน้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถที่ซึมซับและทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้หน้าใสเด้ง น้ำมันมะพร้าวจะซึมเข้าไปทำความสะอาดรูขุมขนและกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้อย่างล้ำลึก ทำให้ปัญหาสิวลดลง แถมยังช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้ด้วย หากใช้สบู่Deede Soap Herbs สบู่สมุนไพรดี๊ดี บ่อย ๆ ปัญหาเรื่องรอยดำจากสิว กระ ฝ้า และรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ บนใบหน้าก็จะค่อย ๆ หมดไป
สรุปสรรพคุณ สบู่ดีท๊อกซ์บำรุงผิว หรือ สบู่สมุนไพรดี๊ดี
  1. แก้ผดผื่นคัน ลดการอักเสบ ใช้ได้ทั่วร่างกาย
  2. ป้องกันการเกิดสิว ลดจุดด่างดำ
  3. ผิวนุ่มชุ่มชื่น กระชับผิวหน้า กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย
  4. ฆ่าเชื่อแบคทีเรีย ลด ฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า
  5. ลดกลิ่นตัว

 ราคาสมาชิก......ราคาพิเศษ 250 บาท จากปกติ 350 บาท
สอบถาม
โทร 0838800726
094-6452463
Id Line : autthadate
Page Facebook: beautifull.healthy
https://www.facebook.com/beautifull.healthy

http://raksa-healthy.lnwshop.com/